Showing posts with label beauty. Show all posts
Showing posts with label beauty. Show all posts

Tuesday, February 16, 2010

สบู่แจกปีใหม่ 2553 ภาค 1

ดองไว้นาน จนสบู่หมดไปเรียบร้อย
ปีใหม่ทำเยอะเป็นพิเศษ (คนสั่งนิ๊ดดดดดเดียว แต่ติดพัน เลยทำซะเยอะเลย ^^')

เริ่มแรก Herbal & Pine
(น้ำหอมกลิ่นนี้หอมมาก ใส่น้อยกว่าปกติได้)

น้ำมันสูตรเดียวกับ avocado แล้วเติมผงถั่วเขียวเหมือนกันเป๊ะ แต่ว่าอันนี้กวนมือตั้งแต่ต้นจนจบ สบู่ออกมาเหลืองกว่าอโวคาโด (ตอนนี้รู้ละว่าใช้สากกวนตอนแรกๆจะขาวกว่า) แบ่งออกมาใส่สี ultramarine blue อ่อนๆทำ swirl กับแบ่งออกมาอีกหน่อยผสมเข้มๆไว้แต่งหน้าสบู่

คราวนี้ไม่ยักเทรซเร็ว ..แสดงว่าไม่ใช่เพราะผงถั่วเขียวละ ...แ่ต่ก็ไม่รู้เพราะสากไฟฟ้าหรือน้ำหอมกันแน่


หน้าสบู่ (เพิ่งเคยทำ)


ตัดออกมาสีซีดไปนิด แต่ก็โอเคนะ ชอบใช้ได้

ต่อมา Green Tea & Rose

อยากทำ green tea แต่ว่ากลิ่น green tea นี่ซีสต์ไปหลายรอบเลยเข็ดละ เห็นคนบอกว่ากลิ่นนี้ืทำได้เลยลอง ..ผลออกมาก็ใช้ได้แฮะ

แบชนี้ใส่ TD ลงไปด้วย เลยใช้รังไหมสีเหลืองแทนสีขาว ..สรุปเหลืองเกิน TD ช้อนเดียวเอาไม่อยู่ !!!

ึคราวก่อนนทำสูตรนี้สบู่แฉะมากกก คราวนี้เลยเพิ่ม SL ลงไปช่วยซะหน่อย

ส่วนเรื่องสี..ให้เข้ากะกลิ่นเลยอยากได้สบู่สีประมาณสลิ่ม(แต่สุดท้ายก็ทำไมไ่ด้) ... แต่ swirl ท่าทางจะไม่รอด เลยลอง layer ละกัน
สี เขียวใช้ Green 5, สีแดงใช้ Red 33 ตอนเทลงสยู่นี่สีอย่างอ่อนเลยนะ ..เขียวก็ออกเหลืองๆ น้ำหอมก็ไม่เร่งเทรซ ...เทลงโมลได้อย่างสบายใจ

ระหว่างรอเจล ไปแอบดูพักนึง สีก็ยังอ่อนๆอยู่ นึกว่าสงสัยผสมน้อยไปซะละ ..ที่ไหนได้ ...ตัดออกมาเข้มซ้าาาา


หน้าสบู่อีกแล้ว แต่ลองทำอีกแบบนึง


ตัดออกมาแล้วสีเข้มมาก (แอบไม่ชอบเนื้อสบู่ที่ใส่ทีดีแฮะ แต่อยากได้สบู่ขาว)
ปล. ทิ้งไว้ 1 วันแล้วตัดเหมอืนจะยังแฉะอยู่

แบชที่ 3 Chocolate (แบชนี้เจ๊ง ไมไ่ด้แจก)

ทำสบู่สวยๆมาหลายแบชเลยได้ใจ ลองทำสบู่ชอคโกแลตซะเลย ...แต่เจ๊งค่ะเจ๊ง ...น้ำหอมเร่งเทรซกระจาย เทลงโมลไม่ทัน เนื้อสบู่เลยออกมาร่วนซ้าาา (แอบเซ็ง)

ความตั้งใจแรกจะทำเป็น Chocolate marble กะเอาลายชัดๆเลยใส่ผงโกโก้ลงไปเยอะมาก (ก้แบชก่อนๆใส่อะไรไปก็สีหายๆ ใครจะไปรู็วะว่าสีโกโก้มันไม่หาย) แถมรู้สึกจะแบ่งออกมาเยอะเกินอีก พอเจอน้ำหอมเร่งเทรซเข้าไป แทบจะไม่เห็นเนื้อบู่เดิม ... ดำซ้าาาาา (แต่ลองเอามาถูแล้วนุ่มดีว่ะ ..ไม่รู้ว่าเพราะผงโกโก้รึเปล่า)

แต่ๆๆๆ พอปาดหน้าตรงที่ไม่สวยๆออกแล้วเนื้อใช้ได้เลยนะ (ดำไปนิด) บางก้อนหั่นออกมายังกะชอคโกแลตไส้คาราเมล แต่ไอ้ครั้นจะให้ปาดหน้าสบู่ออกหมดก็เหลือก้อนติ๊ดเดียว ..ไม่เป้นไรละกันนะ

ปล. กลิ่นชอคของบุญนำหอมออกส้มๆ เหมือนจะไม่เร่งมาก ...แต่เสือกใส่ของนิวแสงทองเพิ่มเข้าไป ..อีตอนนี้แหละที่ทำสบู่เสียหมด ...มีแก้มืออีกชัวร์ !!!!



แบชที่ 4 Lemongrass

ทำชอคโกแลตไปแล้วเจ๊งนี่ขัดใจมาก เลยขอทำอีกอันแก้มือทันที ... ที่ไหนได้ เจ๊งเหมือนกัน ...เซ็งยกกำลังสองเลย

ปกติกลิ่น นี้ไม่น่าเร่งเทรซ กะว่าไม่มีปัญหาชัวร์ เลยโหมใส่แต่น้ำมันดีๆ .. เชียร์บัตเตอร์งี้ มะกอกงี้ ... เจอน้ำหอมเร่งเทรซ เซ็งกระจาย (แต่ว่าเอามาอาบดีมากเลยนะ สูตรนี้)

เจอน้ำหอมอย่างเดียวยังพอทำเนา ...แบชนี้สีเน่าอีก แม่งๆๆๆ อุตส่าห์ใช้เชียร์บัตเตอร์จะให้น้ำมันขาว อีท่าไหนไม่รู้ออกมาเหลืองอ๋อยเลย ...อีสีเขียวที่ใช้ก็เขียวได้เห่ยมาก (น่าจะเป็น FD&C- Green 5) สรุปแบชนี้ทุเรศมากถึงมากที่สุด ไม่น่าแรดแก้มือเลยกรู ~~~

ปล. ตะไคร้อันนี้เอา 2 กลิ่นผสมกัน .. Lemongrass (ตะไคร้หอม) กับตะไคร้บ้าน ... ใส่อันแรกไปเยอะหน่อย อันหลังจิ๊๊๊ีดดดดดเดียว แต่กลิ่นอันหลังนี่แรงเหลือเชื่อ ออกมาเป็นสเปรย์ไล่ยุงคอดๆๆๆ (รู้สึกว่าอันหลังนี่แหละจะเป็นตัวเร่ง) ... ต้องหากลิ่นตะไคร้หอมร้านใหม่อย่างด่วน !!!



แบชที่ 5 White Rose

กลิ่นนี้เคยทำไปที กลิ่นหอมมมากกกกก แต่ตอนนั้นสีเน่า เลยเอามาแก้มือ...คราวนี้จะทำสีชมพูเลยต้องใส่ TD ลงไปด้วย (เกลียดน้ำมันเมืองไทย ...น้ำมันดีๆถูกๆนี่อย่างเหลือง ..ทำสบู่สวยๆไม่ได้เลย)

คราวนี้ลองใส่สารสกัดใบบัวบกลงไป ...ไม่เร่งเทรซ ทำต่อได้สบายๆ

ทิ้งไว้ 1 วันแล้วเอามาตัด..เหมือนเนื้อจะยังแฉะๆอยู่ เลยทิ้งไว้ต่อ ..วันรุ่งขึ้นก็ไม่หายแฉะ .. ไม่รอละ ตัดเลย ...เนื้อเลยไม่สวยเลย 555

anyway แบชนี้สวยถูกใจ อิอิ




มีหน้าสบู่ให้ดูนิดหน่อย

แบชที่ 6 Acasia (อันนี้แบชโปรดดดด)

เปิดดิกดูว่า acacia นี่มันดอกอะไร เหตุอันใดจึงห๊อมมมม หอม
ดิกบอกว่า เป็นพืชตระกูลส้มป่อย กระถิน ....เสียอารมณ์ในบัดดล 555

แบชนี้ออกมาขาวได้ใจโดยไม่ต้องใส่ TD ...ชอบมากกกก และแล้วก็ค้นพบว่าการจะทำสบู่ขาว ใช้แค่น้ำมันบัว ถั่วเหลือง ทานตะวัน ละหุ่งเป็นพอ (ค่า conditioning ก็สูงนะ ..ใช้ได้ๆๆ)

แต่ว่าตากไปนานๆแล้วสีมันเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอ่อนๆแฮะ เรื่องหืนไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ไม่แน่ใจว่าน้ำหอม discolor หรือว่าเพราะน้ำมันกันแน่



แบชที่ 7 Peach
หอมอ่อนๆ ไม่เร่งเทรซ (แจกเพื่อนไปแล้วได้ feedback มาว่าหอมติดตัว)



แบชที่ 8 Jasmine Rice

แรดอยากเอาผงสมุนไพรโรยหน้าเพื่อความเก่ไก๋ .. ตอนตัดนี่ผงหลุดกระจาย เลอะเทอะไปหมด คราวหน้าไม่เอาละ

เออ... จะว่าไปแบชนี้ก็ขาวแฮะ ทั้งๆที่ใส่น้ำมันรำข้าว + รังไหมด้วย (ปกติใส่รังไหมแล้วโคตรรรรเหลืองเลย) ตอนตัดเนื้อแฉะไปหน่อย อาจจะต้องทิ้งไว้นานขึ้นแฮะ



แบชที่ 9 มะกอก 100% ผสมผงชาเขียว
กลิ่น Ginger Olive เข้ากับความไอโซของสบู่มั่กๆๆๆ

เค้าบอกว่ามะกอก 100% นี่สุดยอดของสบู่ เลยลองซะ
หน้าตาออกมาเหมือนจะสวยดี แต่แกะออกจากโมลยากมากก เดี๋ยวรอได้โมลไฮโซมาก่อนจะลองทำอีกซักรอบนึง



แบชที่ 10 ขิง

(คราวนี้ใช้ของบุญนำ กลิ่นขิงแบบไม่มีอะไรเจือปน ..จะว่าหอมก็หอม จะว่าแรงก็แรง แล้วแต่คนชอบ)


แต่ส่วนตัวเหมือนจะชอบของไทยสงวนวัฒน์มากกว่าแฮะ



เดี๋ยวต่อภาค 2 ดีกว่า ..ชักยาว

Tuesday, August 26, 2008

Blush on

วันนี้ได้ฤกษ์เอาบรัชที่มีอยู่น้อยนิดมาลง ..หมวดนี้เป็นหมวดที่น่าเชื่อถือ มีผู้ผลิตระบุแน่นอน แต่เน้นราคาย่อมเยาไว้ก่อน หาซื้อได้ตาม Watson, Boots เนี่ยแหละ

ปล. ตัวบลัชอยู่บ้าน แอบไม่ค่อยแน่ใจว่าจะพิมพ์ชื่อ พิมพ์เบอร์ถูกรึเปล่า (ถ่ายรูปมาเก็บไว้ซักพักละ แล้วเผอิญมันว่าง ไม่รู้จะทำอะไร)


รวมบรัชออนที่มีอยู่น้อยนิด



มาที่โทนชมพู-แดงกัีนก่อน

4 U 2 Magic สี 03 แบบอันที่เป็น 4 สี อันนี้เลือกเอาแบบชมพูที่สุดแบบไม่ต้องเกรงใจอายุกันมาเลย

ราคา :
214 บาท (แล้วพอซื้อมาไม่เกินเดือน ก็มีโปรซื้อชั้นที่ 2 เพียง 1 บาท ...เซ็งไปเลย)
สีนี้ปัดออกมาแล้วหน้าหวานมากๆ แต่แอบปัดไม่ค่อยถนัด เพราะเนื่องจากมันมี 4 สี่ พอลงแก้มแล้วเลยกระดำกระด่างเล็กน้อย ...แต่เืนื่องจากเกลี่ยง่าย ปัดๆไปมันก็กลืนแล้ว~~~

ซื้อต่อมั๊ย ? : เนื่องจากตลับใหญ่มาก คงไม่หมดในเร็ววัน แต่ถ้าหมด ก็คงซื้อต่อแหละ สีน่ารักซะขนาดนี้

Sheene Wow สีชมพูแดง (จำเบอร์ไม่ได้ แต่ถ้าไปเห็นที่เคาน์เตอร์น่าจะเดาออก)

ราคา : 180 บาท
วันไหนอยากได้แก้มแบบเพิ่งออกกำลังกายมาใหม่ๆ ก็ปัดสีนี้ (แล้วเอาน้ำมาหยดที่หน้าแทนเหงื่อ) ได้แก้มที่ดูระเรื่อๆ ธรรมชาติมากๆ แถมมีวิ้งๆทำให้หน้าดูฉ่ำไม่เบาอีกต่างหาก

ซื้อต่อมั๊ย ? : ถ้ายังหาแดงบ่มแดดที่ราคาประมาณนี้ไม่ได้ ก็คงซื้อต่อแหละ



มาต่อกันที่โทนส้ม (เอ...เราว่าเราเป็นคนชอบดทนชมพูนะ แต่ทำไมมีสีส้มเยอะกว่าสีชมพูหว่า)

Magique : สีมส้มอมน้ำตาล เบอร์ 18 คนขายบอกว่าเอามาไฮไลท์ได้

ราคา : จำไม่ได้แต่คาดว่าไม่ถึง 100 ซื้อที่ Platinum

สีนี้ออกน้ำตาลส้มอมชมพู ที่ัปัดในรูปนี่ค่อนข้างย้ำพอสมควร แต่ถ้าปัดเบาๆ แล้วก็จะออกเป็น Shading ที่อมส้มอมชมพูได้ วัีนไหนอยากได้ลุคใสๆ อันนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่เดียว

แต่ว่าเนื้อมันจะไม่ค่อยเข็งเท่ายี่ห้ออื่น ตอนเอาแปรงปัดแล้วฟุ้งพอสมควร (แต่ก็สมราคาแหละนะ)

ซื้อต่อมั๊ย ? : ถ้าต้องไปซื้อถึง Platinum อาจจะขอบาย เพราะว่ายังพอมีสีอื่นที่พอทดแทนได้อยู่

4U2 Chic (คาดว่าน่าจะ) เบอร์ 6

ราคา : 184 บาท

สืบเนื่องมาจากดูจำเลยรักแล้วนางเอกปัดแก้มสีส้มสวยมากกกกก อดรนทนไม่ได้ต้องไปหาซื้อ แต่แทนที่จะมาหาข้อมูลก่อน ดันสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปหาเอง ก็เลยได้สีนี้ออกมา ไม่เหมือนซะทีเดียว แต่ก็ถูกใจอยู่เหมือนกัน

อันนี้เราว่าปัดง่ายกว่าแบบรุ่น Magic นะ แถมมีวิ้้งๆเล็กน้อย (น้อยมากๆ) แต่เหมือนเนื้อจะแป้งกว่านิดนึง

ซื้อต่อมั๊ย ? : ถ้าหมดคงซื้อ ยกเว้นว่าไปโทนสีส้มที่ถูกกว่านี้ + ถูกใจกว่านี้ได้



in2it Cream Blush สี Whizz

ราคา : จำไม่ได้อีกแล้ว แต่ว่าน่าจะ 100++ นิดหน่อย

อันนี้สีคล้ายๆกับ magique เลย แต่ว่าดูเหลือบๆมีมิติกว่านิดหน่อย แต่เื่นื่องจากว่ามันเป็นแบบครีม แอบเติมระหว่างวันไม่ค่อยถนัด แต่ปัดแค่ตอนเ้ช้า ตอนเย็นก็หายไปหมดแล้ว เลยแอบขัดใจเล็กน้อย

ซื้อต่อมั๊ย ? : แอบลังเล...แต่ถ้าได้ไปซื้อ Magique คงไม่ซื้ออันนี้แหละ เพราะสีคล้ายกันพอสมควร

in2it สี Passion

ราคา : 155 บาท

ท่าทางตอนซื้อจะโดนอะไรสิง ...เพราะสีออกมาใกล้เคียงกับไอ้ที่มีอยู่แล้่วมากถึงมากที่สุด (น้ำตาลส้มกว่าเล็กน้อย) วันที่แต่ง Earth tone แล้วต้องสุภาพมากๆก็เอาอันนี้ไปโลด

ซื้อต่อมั๊ย ? : น่าจะไม่นะ

ooo ต่อมามาดูแบบที่อยู่ใน Palette กัน (พวกนี้แอบแพง ขัดกับนโยบายอย่างแรง) ooo


มี palette ในครอบครองอยู่ 2 อัน


Palette ของ Bobbi brown สี Rose Pink, Pale Pink

ราคา : จำไม่ไ่ด้แล้ว แต่ก็น่าจะประมาณ 1,000 - 2,000 (ซื้อมาได้ไงเนี่ยตรู)


ปล. เป็นการซื้อ Bobbi brown ครั้งเดียวในชีวิต ...เนื่องจากว่าตอนนั้นไปเรียนแต่งหน้าที่เคาน์เตอร์ แล้วพอแต่งเสร็จก็ซื้อเพิ่มอีกมากมาย รวมถึงไอ้ Palette ที่ว่านี่ด้วย (ตอนนั้นต่อมงกทำงานไม่มาก เนื่องจากยังไม่ได้คุมค่าใช้จ่าย)

สีสวยทั้ง 2 สีเลย เนื้อบรัชแข็งพอสมควร (ทนทานดีทีเดียว) แต่ว่าไม่รู้เพราะเป็นบรัชในรูเล็กๆรึเปล่า ถึงรู้สึกว่าปัดแล้วสีไม่ค่อยติด (เอาแปรงใหญ่ปัด สีก็ไม่ขึ้น ต้องเอาแปรงเล็กๆปัด) เลยแอบไม่ค่อยได้ใช้

ซื้อต่อมั๊ย ? : เกรงใจเงินในกระเป๋าอ่ะ ไม่เอาดีกว่าาา

Loreal บนตลับไม่บอกว่าสีอะไร

ราคา : จำไม่ได้อีกเหมือนกัน ซื้อที่ Duty free ของออสเตรียมั้ง ตอนนั้นจะกลับไทย แล้วเงิน(แม่)เหลือ ก็เลยได้ไอ้นี่มาเนี่ยแหละ


สองสีที่มีนี่แอบใกล้เคียงกันเลย ปัดแล้วดูบ่มแดดๆดี แต่ปัญหาเดียวกับแบบ Palette ของ BB คือเอาแปรงใหญ่ปัดแล้วรู็้สึกเหมือนไม่ค่อยติด เลยไม่ค่อยใช้เหมือนกัน

ซื้อต่อมั๊ย ? : ไม่ละอ่ะจ้ะ (แต่จริงๆแอบเล็งแบขบไม่ palette ของ Loreal อยู่)

อ้าว ...ตรูอุตส่าห์เอารุปไปใส่กรอบ แล้วทำไมไปโพสรูปก่อนใส่กรอบวะล่ะเนี่ย...โง่เจงๆๆ เฮ้อ

แป้ง รองพื้น

เริ่มต้นในหมวด Make Up ด้วย บรรดาแป้ง กับรองพื้นที่มีกันก่อนเลย

เดิมทีเคยใช้รองพื้นไปทำงานเกือบทุกวัน แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นแป้งผสมรองพื้น แต่ทุกวันนี้ใ้ช้แค่แป้งฝุ่นอย่างเดียว (แอบรู็สึกว่าพอบำรุงหน้าดีๆแล้ว ไม่ต้องโบ๊ะมากก็ใส เลยไม่โ๊บ๊ีะแป้ง) ไม่ได้ลงเบสก่อน แอบไ่ม่ค่อยเปลี่ยนยี่ห้อมากด้วย เลยจะมีอยู่แค่ไม่กี่อันนะ

อีกอย่าง หน้าเราไม่ค่อยมัน เลยแอบใช้แป้งฝุ่นแล้วไม่ค่อยต่าง แต่ยังไงๆก็มีที่ชอบในดวงใจแหละ



รวมบรรดาแป้งที่มีตอนนี้

เริ่มกันที่รองพื้นก่อน ... มีอยู่อันเดียว

เราเคยใช้แค่ของ Artistry(รุ่นนี้ก็นานมากแล้่ว จริงๆอาจจะหมดอายุแล้วก็ได้มั้ง) กับ Clinique (รุ่นไหนไม่รู้ มีคนให้มานานมากแล้ว ไม่รู็พอจะเป็นบรรทัดฐานได้มั๊ย


รองพื้น + แป้งฝุ่น Artistry (จำราคาไม่ได้ แต่ก็แพงอยู่)



รองพื้น : ถือว่าชอบมากทีเดียวแหละ เกลี่ยง่าย สีกลืนกันผิวแบบสุดๆ ค่อนข้างบางเบา ไม่เหมือนรองพื้น แต่ว่าพลังปกปิดใช่ย่อย ...เคยมีครั้งนึงแขนไปโดนกระแทก ช้ำเลือดช้ำหนองแบบสุดๆ เราเอารองพื้นค่อยๆปิดๆๆๆไป ไม่มีใครสังเกตเห็นซักคน ...วันรุ่งขึ้นไม่ได้รองไป มีคนทักว่าไปโดนอะไรมา ..เราบอกว่าดดนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เอารองพื้นปิด เค้ายังงงเลยว่าทำไมปิดได้เนียนขนาดนั้น

แป้งฝุ่น : ถือว่าไม่ได้ดีมากมาย แล้วก็ไม่ได้แย่ แต่ชอบสี เพราะว่าค่อนข้างกลืนไปกับสีผิวเรา

ซื้อต่อมั๊ย ?? : เนื่องจากไม่ค่อยใช้รองพื้น คงอีกนานกว่าจะได้ซื้อ แต่ถ้าต้องซื้อจริงๆ คงซื้อต่อแหละ (ยกเว้นได้ไปลองของใหม่แล้วชอบกว่า)
ส่วนแป้งฝุ่นนี่ก็ไม่เหมือนกัน มันแพงงง

แอบเอารูปที่ใช้รองพื้นอันนี้มาให้ดู
(รูปนี้ใช้เบสม่วงของ Face shop ก่อน แล้วลองรองพื้นกะแป้งของ Artistry)

ต่อมาที่แป้ง MTI (น่าจะซัก 200++) + แคร์กระปุกชมพู (20++)



แป้ง MTI Sign สีขาวสุด : เห็นมีคนพูในนี้เยอะพอควร เลยลองซื้อมาซะหน่อย แต่ว่าพอลองใช้แล้ว สีมันค่อนไปทางโทนเหลือง ไม่เหมาะกับหน้าเราอย่างแรง ...ตอนแรกนึกว่าต้องทิ่งไปซะแล้ว ..ก็บังเอญไปเจอกระทู้ MMU ของคุณรำเพยที่เค้าเอา MMU หลายสีมาปั่นรวมกัน ...เราก็เลยไปเอาแคร์กระปุกชมพูที่มีอยู่มาผสมด้วยซะเลย ..ผสมแล้่วเขย่าๆ ก็ได้สีออกมาตามรูปแหละ ..ใช้แล้วหน้าผ่องขึ้นทันตา ~~~~

ซื้อต่อมั๊ย ?? : ไม่ละดีกว่า ไปซื้อแบบที่สีกลืนกะผิวเราดีกว่า

แคร์สีชมพู : แค่ซื้อมาเล่น แอบอยากรู้ว่ามันเป็นไง ...ถ้าวันธรรมดา ไม่แต้าหน้า ทาแล้วก็ดุผ่องดีเหมือนกัน (เอาไว้ใช้แทนแป้งเด็กธรรมดา สำหรับวันที่ไม่แต่งหน้าได้)

ซื้อต่อมั๊ย ?? : ไม่เหมือนกัน ...ไปซื้อกระปุกเทาดีกว่า มีวิ้งๆๆด้วย


ถ้าแป้งแคร์เดี่ยวๆ เนื้อจะเป็นประมาณนี้

Cute Press Baby (99 บาท)



ตอนนั้นไปซื้อมาเพราะอยากลงอใช้แป้งสีชมพู (ถือเป็นแป้งสีชมพูกระปุกแรกเลยเนี่ย) แต่ตอนซื้อมาแล้วแอบไม่กล้าใช้ เพราะวิ้งเยอะเกิน แต่ตอนหลังเอามาผสมกับแป้งใุ่นทาแล้วก็สวยดี

ซื้อต่อมั๊ย ? : ไม่แ่น่ ...เนื่องจากหาซื้อยาก (แถวบ้านไม่ีมีขาย) แต่ว่าถ้าไปเจอตอนบังหวะที่มัยหมด อจจะซื้อก็ได้นะ

Care Angel Soft - สีเทา (20++)



เนื้อแป้งเหมือนสีชมพูแหละ เพียงแต่ว่ามีวิ้งเล้กน้อย (น้่อยมากเมื่อเทียบกับ Baby) ใ้ช้ทาหน้าแทนแป้งเด็กเวลาอยากได้ Look ใสๆได้สบายๆๆ

ซื้อต่อมั๊ย ?? : น่าจะซื้อนะ ไว้ใช้ตอนวันหยุดสลับกะ Natriv

Bio - natural (35 บาท)



อันนี้ซื้อจากกระแสในห้องแป้งเหมือนกัน (จริงๆตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจซื้อ แต่ตอนนั้นไปเดินเล่น Watson รอเพื่อนนานจัด แล้วพี่ยามมอง เลยหยิบมากระปุกนึงกันเขิน) เิพิ่งลองใช้ได้ไม่นาน แต่เท่าที่ใช้ดูไม่ต่างจาก Natriv เท่าไหร่ (อ้อ รู้สึกว่าเนื้อเบากว่านิดนึง)

ซื้อต่อมั๊ย ?? : ถามตอนนี้คงไม่ ยกเว้นว่าถ้าใช้ไปซักพัก แล้วอาจจะเปลี่ยนใจได้


Natriv (สุดท้ายของแป้งฝุ่นละ) อันนี้ซื้อกระปุกใหญ่มา 50 กว่าบาท



จะว่าไปเนื้อหนักกว่าแป้งใุ่นทั้งหมดที่กล่าวมา (เคยแอบสงสัยว่ามันผสมรองพื้นรึเปล่า) แต่ว่าทาออกมาแล้วเนียนทีเดียว ในรูปนี่เห็นสีไม่ชัด แต่ของจริงจะอมชมพูกว่าบิโอนาตูแรลเล็กน้อย ...แอบรู้สึกว่าเข้ากะสีผิวเรามากกว่า

ซื้อต่อมั๊ย ?? : ซื้อต่อแน่นอน กระปุกนี้กระปุกที่ 2 แล้ววว


ว่าแ้ล้วก็เอารูปจากการทาแป้งนี้มาให้ดู
(รูปนี้ถ่ายตอนบ่าย ...ทาแป้งตั้งแต่เช้า ไม่ได้โปะอีกเลย)

สุดท้ายของท้ายสุด แป้งตระกูล Sheene



Sheene Oil free ตบทีเดียวอยู่ : เมื่อก่อนเคยเป็นแป้งในดวงใจ ทาแล้วเนียนไปกะสีผิวเลย แต่เนื่องจากทุกวันนี้เปลี่ยนมาใช้แป้งฝุ่น Sheene ที่รักก้เลยต้องเก็บเข้ากรุไปโดยปริยาย ...ตอนที่ทาแป้งอันนี้นะ มีแต่คนถามว่าใช้แป้งอะไร

ซื้อต่อมั๊ย ?? : ถ้าต้องซื้อแป้งผสมรองพื้น ก็ซื้ออันนีชัวร์ แต่เนื่องจากตอนนี้ไม่ใช้แล้ว ก็เลยไม่ได้ซื้ออ่ะ

Sheene White : ตอนนั้นไปงานสหพัฒน์แล้วตัวนี้เหลือ 50 บาท ... เลยลองซื้อมาดูซะหน่อย ...เอาไว้ปัดเป็นไฮไลท์ก็พอถูไถได้ (ด้านไปหน่อย ไม่มีมิติ) แต่ถ้าปัดทั้งหน้านี่แอบหลอน (ขาวมากกกก)

ซื้อต่อมั๊ย ?? : คงไม่ละอ่ะ

หมดแล้ว ~~~~ จบหมวดแป้งฝุ่นเต่เพียงเท่านี้ (หมดสงกรานต์แล้ว จะมีเวลามา Review อย่างอื่นมะเนี่ย??

มาดื่มน้ำสมุนไพรกันเถอะ

เคล็ดไม่ลับเพื่อผิวเปล่งปลั่ง ~~~

เนื่องจากมีคนทักเยอะว่าดูเป่ง ..เอ่ย..เปล่งปลั่ง แถมงานหนักเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยโทรม มาลองนึกๆดูก็น่าจะเป็นเพราะบรรดาน้ำผลไม้ น้ำสมุนไพรของคุณแม่สุดที่เลิฟเนี่ยแหละ ที่ทำให้กินอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีๆ ... วันนี้ว่าง เลยขอเอาสูตรมาลง Blog ซะหน่อย

ปล. ออกตัวก่อนว่าเราไม่ได้เป็นคนเนียนจัด ไม่มีริ้วรอย ไม่มีตีนกา แต่ว่าดูเป็นคนที่ไม่ค่อยโทรมเท่านั้นเอง ..ดูเผินๆก็เลยจัดว่าเป็นคนผิวไม่แย่คนหนึ่งอ่ะ

แม่จะมีหนังสืออยู่เล่มนึงชื่อ กินเป็นลืมป่วย ล้างสารพิษในร่างกาย แล้วแม่ก็เอาบรรดาสูตรมาคั้นน้ำให้กินอยู่เนืองๆ ไอ้ที่กินประจำก็ตามนี้ล่ะนะ ~~~~

อันดับแรก : แครอท + แอปเปิลเขียว

วิธีกินก็คือ สกัดเอาแต่น้ำ กินเป็นเครื่องดื่มแรกทุกเช้า (หรือจะใส่มะเขือเทศ หืส้มลงไปด้วยก็ไม่เกี่ยง)

เรากินทุกวันที่ไปทำงานมากว่า 2 ปีละมั้ง ...ไม่มีปัญหาเรื่องผิว เรื่องโทรมเลยจริงๆนะ

*** ย้ำว่าต้่องสกัดเอานะ ถ้าดื่มแบบเป็นกล่อง นอกจากจะไม่ได้คุณค่าแล้ว ยัีงอาจจะเพิ่มปริมาณน้ำตาลในเส้่นเลือดมาด้วย*****

สูตรนี้จริงๆจำไม่ได้ว่าแม่ไปได้มาจากไหน แต่มีคนบอกแม่ว่าดี แม่ก็เลยทำให้กินทุกเช้า ...แล้วก็สังเกตได้ว่ามันเปล่งปลั่งจริงๆ ก้เลยกินมาถึึงทุกวันนี้แหละ

อันดับสอง : น้ำกระเจี๊ยบ + พุทราจีน

สูตรนี้หนังสือว่าไว้ว่าล้างไขมันในเลือด (ถ้ากินกระเจี๊ยบเดี่ยวๆนานเกินไปจะทำให้ไตทำงานหนัก)

แต่ว่าต้องกินอย่างต่อเนื่องนะ พวกสมุนไพรนี่กินแปปๆไม่ได้ผลหรอก

เวลาทำก็เอากระเจี๊ยบมาต้มรวมกับพุทราจีน (บ้่านเราใส่น้ำตาลกรวดลงไปนิดหน่อย) พอทำเสร็จแล้วก็ใส่เก็บตู้เย็น กินได้่หลายวัน

อันดับสาม : น้ำกระชายเหลือง

เค้า่บอกว่ากระชายเป็นราชาสมุนไพร กินน้ำกระชายเป็นประขำจะช่วยบำรุงตับ บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง ปรับความดันดลหิต แถมมีแคลเซียมอีกต่างหาก

การทำน้ำกระชายก็ไม่ยาก เพราะไม่ต้องต้ม เอาเข้าเครื่องปั่น ใส่น้ำ แล้วก็กรองเอาน้ำออก เก็บไว้่ในตู้เย็นได้เหมือนกัน ..เวลาจะกินก็เอาน้ำผึ้งมาใส่เล็กน้อย กินตอนแรกๆก็จะฝาดๆหน่อย แต่กินไปกินมาแล้วจะติดใจ

อันดับสี่ (สุดท้่ายละ) : ขมิ้ันชัน

แต่สูตรนี้ต้องเอาขมิ้นมาใส่เคปซูลกิน เอามาชงน้ำไม่ได้เพราะกลิ่นแรงมากกกก

คนส่วนมากจะรู้จักขมิ้นชันว่าทำให้ผิวสวย แต่จริงๆแล้วขมิ้นชันมีประโยชน์มากกว่านั้นเยอะ เค้าสามารถไปปรับการทำงานในร่างกายได้เกือบทุกระบบทีเดียว แต่ว่าถ้าจะกินให้ตรงจุดจริงๆ ต้องกินตามเวลาที่อวัยวะนั้นทำงาน

อ๊ะๆๆ แปลกใจล่ะสิ ว่าเวลาที่อวัยวะทำงานคืออะไร ??

ใครจะรู้ว่า ร่างกายคนเราก็มีนาฬิกาชีวิตอยู่เหมือนกัน ..คือว่า อวัยวะแต่ละส่วนของเรา จะเปิดการทำงานไม่ตรงกัน เช่น
03.00 - 05.00 เป็นเวลาของปอด
05.00 - 07.00
เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่
07.00 - 09.00 เป็นเวลาของกระเพาะอาหาร

ดังนั้น ถ้าจะแก้ปัญาเกี่ยวกับลำไส้แล้ว กินขมิ้นตอนช่วง
05.00 - 07.00 ก็จะได้ประสิทธิภาพดีกว่ากินเวลาอื่นถึง 40 เท่าเลยทีเดียว

พอมันเป็นแบบนี้ แม่ก็เลยบอกว่า กินมันไปทุกๆ 2 ชม. เนี่ยแหละ ไม่ต้องไปจำให้มันเหนื่อย เหอๆๆๆ

หมดละ (จริงๆในหนังสือเขียนไว้เยอะมาก แต่หลักๆที่แม่ให้กินก็มีประมาณนี้ เลยขอเล่าแค่นี้ละกัน เพราะอันอื่นไม่ได้พิสูจน์)

ปล. 1 ที่เล่ามาทั้งหมด เรากินข้อ 1 เป็นประจำแต่อันเดียว นอกนั้นนี่แล้วแต่ว่าช่วงนั้นแม่ทำอะไรไว้ในตู้เย็น แต่เราไม่เคยหยุดกินน้ำพวกนี้เกินอาทิตย์เลยมั้ง

ปล. 2 เนื่องจากขมิ้นนี่แอบไมอบกิน เพราะเหม็น เลยกินๆหยุดๆ แต่เพื่อนแม่พิสูจน์มาแล้วว่าดีมากๆ (แก้เรื่องท้องผูก) ก็เลยเอามาเล่าให้ฟังด้วย

สุดท้ายนี้ขอให้สุขภาพดี สดใสๆ กันโดยถ้วนหน้าเน้อ

Saturday, August 09, 2008

หน้าเนียนใส ตามสไตล์ dearskin

ครีมที่อยู่ในหน้านี้ทั้งหมดคือยี่ห้อ เดียวกันกับครีมล้างหน้าที่เราใช้มาตั้งแต่ปลายปี 2004 ไม่เคยเปลี่ยนใจ ไม่มีการเปรียบเที่ยบ หรือให้คะแนนใดๆนะคะ


ก่อนจะมาคุยเรื่องครีม เอารูป Before & After ไปดูก่อน (เขินนะเนี่ย)


รูปต่างกัน 4 ปี แต่ว่าจริงๆใช้ครีมไปเดือนนึงมันก็ดีขึ้นแล้วล่ะ แต่หารูปที่ถ่ายตรงตำแหน่งเดียวกัน แสงประมาณเดียวกันมาเทียบให้ดู (ทั้ง 2 รูปไม่ได้แต่งหน้า ถ่ายจากบนเรือตอนไปดำน้ำค่ะ)


ที่เห็นชัดๆคือ ผดกะความมันบนหน้าหายไป ผิวดูเนียนขึ้น (หรอ ?) + หน้าดูสุขภาพดีใช้ได้ทีเดียว (รึเปล่า ?)


ปล. ลืมบอกไปอีกอย่าง จากรูปนี่อายุก็ 29 พอดิบพอดี แอบไม่ค่อยกล้าพูดว่าตัวเองผิวดีแฮะ เพราะจะว่าไปมันก็ไม่ได้เรียบเนียนไม่มีรอยขนาดนั้น เพียงแต่ดูโดยรวมแล้วค่อนไปทางเปล่งปลั่ง สุขภาพดีมากกว่าอ่ะ

มารู้จักสภาพผิวของเรากันซะก่อนนะ ~~~


ต้องออกตัวก่อนนิดนึงว่าพื้นฐานผิวไม่ค่อยมีปัญหา (ยายบอกว่าตอนแม่ท้อง แม่กินแต่ผักกับนม) แรกๆ เลยไม่ค่อยใส่ใจกับผิวนัก ใช้ครีมที่ซื้อได้ตาม Tops เป็นปกติ ปัญหาผิวที่สังเกตได้มาตลอด (แต่ไม่เคยสนใจ) คือ
1. สิวผดเยอะมาก โดยเฉพาะหน้าร้อน
2. ตีนกาขึ้นตั้งแต่มัธยม แต่อันนี้ทำใจ เพราะตระกูลแม่นี่แก้มตึงตาเหี่ยวทั้งตระกูล
3. เหมือนผิวจะแห้ง แต่แอบหน้ามัน

ครีมที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ไปรู้จักได้ยังไง ?? (ต้องตั้งคำถามนี้ เพราะครีมนี้ไม่มีขายในท้องตลาด)

ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจมาก แต่พอเริ่มรักสวยรักงาม ก็เลยไปคุยกะเพื่อนเรื่องครีม เพื่อนเรามันก็ไม่รู้เรื่องเลยไปพาน้องมา แล้วน้องสาวเพื่อนที่รักสวยรักงาม ก็เลยบอกว่าเค้าใช้ครีมของที่นี่อยู่ แล้วก็บอกตำแหน่งที่ตั้งเรียบร้อย (ต้องไปซื้อที่บ. เค้าเลย) ... แล้วก็้บังเอิญมันอยู่ใกล้บ้านญาติเราชนิดเดินได้ ..ก้เลยหาเรื่องไปบ้านญาติ แล้วก็แวบออกไปดูซะหน่อย

ไปถึง..มันเป็นทาวน์เฮาส์ในหมู่บ้าน ..จะน่าเชื่อถือมะเนี่ย?? ... แต่ว่าไหนๆมาแล้ว เลยเข้าไปคุย เจ้าของ (เพื่อนน้องเราบอกว่าเค้าเป็นหมอ เราเลยเรียกเค้าว่าหมอ) เค้าก็วิเคราะห์ผิว แล้วก็หยิบครีมมาให้ 8 กระปุก กับอีก 2 ขวด ...แอบอึ้งไปเล็กน้อย เพราะไม่เคยใช้อะไรแบบนี้ แล้วเค้าก้อธิบายๆๆวิธีใช้ (ใช้ยากอ่ะ หลายขั้นตอนเกิน Y_Y ...เอาดีมั๊ยเนี่ยตรู ?? )

ก็คุยกะเค้าอยู่ซักพัก ขอดูส่วนผสมของครีม (เค้าให้รายละเอียดสินค้าแบบที่อ่านง่ายๆมา แต่บอกว่าถ้าจะดูแบบเป็นชื่อเคมี เค้ามีให้ แต่กลัวว่าอ่านไม่รู้เรื่อง) แล้วก็ถามๆอะไรหน่อย .. ระหว่างที่คุยก็มีลูกค้าเดินเข้ามาเรื่อยๆ น้องเพื่อนก็บอกว่าดี ...เอาวะ ซื้อก็ได้ (พอตกลงซื้อ หมอให้จดวิธีการใช้ไปด้วย กันลืม) แล้วก็เลยเอาครีมชุดกลางๆมาลองใช้ (ใช้ได้ 3 เดือน)

ปล. ตอนหลังๆไปอีก ถึงรู้ว่าที่นี่เค้าเป็นโรงงานผลิตเลย ครีมเค้าไม่ได้ทำการตลาด ส่วนมากอาศัยปากต่อปากกันมา (เจ้าของจำหน้าลูกค้าได้ทุกคน ทุกคนที่มาใหม่ เค้าจะถามว่ามาจากไหนไว้เป็นข้อมูล) แต่ครีมทุกตัวของเค้ามีคนจ้างผลิตภายใต้ brand อื่น

พอกลับบ้่่านคืนนั้นก็ลองทันที ...ช่วงแรก เค้าอยากให้เราไปหาทุกอาทิตตย์ตามผล ...เราก็ไป ..มีการแต้มเจลลดรอยแผลเป็นให้ด้วย ...ผ่านไปไม่ถึงเดือน สิวผดหายไปเกือบหมด แถมหน้าหยุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน .... เลยไปถอยกระปุกใหญ่มาซะเลย.. 5555 (เข้าหลักการเหมาโหลถูกกว่า) >>>> เพื่อนเคยมาดูแล้วแอบอึ้งๆไปเหมือนกัน (^^')

ตอนนี้ก็ถึงเวลามาดูกันแล้ว ว่าบรรดาครีมที่เราเอามาโปะหน้ามันมีอะไรบ้าง ~~~~



ครีมแต่ละตัวทำหน้าที่อะไร ??


ตัวที่ 1 : Refreshing Toner (ฉลากสีเขียว ด้านซ้ายสุด)
คำโฆษณา : โลชั่นเช็ดผิว ขั้นตอนสุดท้ายของการล้างหน้า ช่วยขจัดสิ่งตกค้างและกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเย็น สดชื่น

ตัวที่ 2 : Tender Milky Fluid (ขวดสีชมพู ช่องที่ 2)
คำโฆษณา : น้ำนมผิวเนียน ให้ความชุ่มชื้น เปล่งปลั่งดุจธรรมชาติ ช่วยสร้างน้ำนวลให้ผิว ทำให้ขาวใส ดูอ่อนวัย

ตัวที่ 3 : Purely Radiance (กระปุกที่ชมพู ช่องที่ 3)
คำโฆษณา : ครีมผิวเนียน ให้ความชุ่มชื้น เปล่งปลั่งดุจธรรมชาติ ช่วยสร้างน้ำนวลให้ผิว ทำให้ขาวใส ดูอ่อนวัย

ตัวนี้คุณสมบัติแอบเหมือน Tender milky Fluid เลย แต่ว่าตัวนี้ครีมค่อนข้างเนื้อหนัก (ตัว Tender Milky Fluid เนื้อจะเป็นโลชั่นเบาๆ) คนผิวแห้งน่าจะต้องใช้ตัวนี้มากกว่าอันบน (ถ้าดูส่วนประกอบแล้วตัวนี้จะเพิ่ม Vitamin E กับ Liquid lanolin เข้ามา)

ปล. เคยจะลองเลิกใช้
Tender milky Fluid นะ แต่ไม่รู้วิตกจริตหรืออะไร รู้สึกว่า้ใช้คู่กันแล้วมัน work กว่าอ่ะ สุดท้ายก็เลยไม่เลิก

ตัวที่ 4.1 : Night Cream (กระปุกฟ้า ขวาล่าง)
คำโฆษณา : เคลือบผิวไม่ให้เสียความชุ่มชื่น ลดความแห้งกร้าน ช่วยในการฟื้นฟูผิว ทำให้มีชีวิตชีวา


ตัวที่ 4.2 : Day Cream (กระปุกเหลือง ขวาบน)
คำโฆษณา : ครีมบำรุงผิวและ สารปกป้องผิว SPF 50 ให้ความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองของผิวเมื่อสัมผัสกับแดด (แล้วก็เป็นภาษาเคมี อ่านไม่รู้เรื่อง)


ตัวที่ 5 : C.E. Whitening Mask (ตัวนี้ไม่มีรูป แต่ตอนใช้ ใช้ทาหลัง Night cream)
คำโฆษณา : ลดความแห้งกร้าน ลอกเวลล์ที่ตายแล้วออก ทำความสะอาดรูขุมขน ทำให้หน้าดูละเอียด เต่งตึง
(ตัวนี้หมอให้ทาไปเลย ไม่ต้องล้างออก แต่ว่าตอนหลังๆเราหยุดใช้แล้วยังโอเคอยู่ เลยคิดว่าต่อไปอาจจะหยุดซื้อตัวนี้ละ)

ผลจากการใช้ครีม :

เนื่องจากว่าใช้ทุกตัวพร้อมกัน ก็เลยไม่สามารถแยกบอกผลได้ ผลรวมจากการใ้ช้ก็อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ผดหาย แล้วก็หน้าดึ๋งๆ (พอดีมีพี่คนนึงมาจับแก้ม แล้วเค้าถามว่าทำไมหน้าเด้งขนาดนี้)

ไม่นานมานี้เคยไป test ผิว ผลคือ คอลลาเจนในผิวค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน ..ก้ถือว่าผิวแข็งแรงในระดับนึงแหละ

แต่ส่วนที่ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่ ก็คือ ริ้วรอยรอบตา กะบนหน้าผาก (จริงๆเหมือนหมอเค้าก็มีครีมที่ช่วย แต่ก็บอกว่ายังไม่ได้ซีเรียสมาก ยังไม่ต้องใช้ได้ >> ไว้ถ้าเริ่มใช้เมื่อไหร่จะมา update อีกที )

หมดแล้ว สำหรับครีมพื้นฐาน ต่อไปก็เป็นครีม Option ที่ใช้เป็นบางช่วง




ตัวที่ 6 : Anti-Bacteria Oil Control

คำโฆษณา :
ควบคุมความมันส่วนเกิน เสริมความแข็งแรง รักษาสิว

เนื่องมาจากว่าช่วงแรกยังหน้ามันอยู่ หมอเลยให้ตัวนี้มา บอกให้ทาตอนเช้า .... ใช้ไปยังไม่ถึงครึ่งกระปุก..หายมันแฮะ ไม่รู้อุปาทานไปเองรึเปล่า แต่ก็ใช้่ไปไม่ถึงครึ่งกระปุกจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ใช้อีกเลยย (กระดาษซับมันก็ไม่ต้องแล้วด้วย)


ตัวที่ 7 : Brightening Factor


คำโฆษณา :
ขจัดฝ้า จุดด่างดำ แก้ปัญหาฝ้าถาวร ด้วยส่วนผสมของ Alpha Arbutin

ตัวนี้เราไม่เคยใช้ แตญาติเพื่อนเราใช้ บอกว่าดีมาก (ประมาณว่าฝ้่าจางลง)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หมอเค้าบอกว่าจริงๆ Alpha arbutin ไม่ค่อยได้ผลกับคนเอเชียนะ ได้ผลกับทางโซนยุโรปมากกว่า ถ้าใครใช้ Arbutin ไม่ได้ผล ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร


ตัวที่ 8 : Derma Booster


คำโฆษณา :
ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมโทรม เนื่องจากแดดและความเครียด เพิ่มความชุ่มชื้น ผิวตึง ไร้ริ้วรอย

เนื้อตัวนี้เบากว่าตัว Purely radiance อีก ทั้งๆที่ดูจากคุณสมบัติแล้วมันน่าจะเข้มกว่า ... สบายผิวหน้าดีทีเดียว ...ตอนที่ลองใช้ตัวนี้ (ตอนนั้นใช้คู่กับ Lifting เลย) คนแอบทักเยอะขึ้นแฮะว่าดูสวยขึ้น อิอิ... แต่จะบอกว่า มาสังเกตความตึงแล้วดูไม่ค่อยออก ยกเว้นรอยบนหน้าผากที่เห็นเป็นเส้นๆเลยเนี่ย เหมือนจะตื้นชึ้นนิดนึงแฮะ


ตัวที่ 9 : Derma Lifting

คำโฆษณา :
ออกฤทธิ์เหมือน Botox ลดริ้วรอย และยกกระชับผิวหน้า

ไม่เคยใช้เดี่ยวๆ เคยแต่ใช้คู่กะ Derma Booster ก็ได้ผลแบบเดียวกับที่เขียนไว้ข้างบนเนี่ยแหละ (^^)

ตัวที่ 10 : Curcumin Cream/ Gel (ตัวนี้ไม่มีรูปประกอบจ้า)
คำโฆษณา :ครีมหน้าเด้งขมิ้นชัน บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง เต่งตึง ขาวนวล

ตัวนี้ใช้แล้วก็ดีอยู่ แต่ว่าผลไม่ต่างจาก Hydra vital เท่าไหร่ (แต่ราคาต่างกันโข) ก็เลยคาดว่าคงไม่ใช้ตัวนี้ต่อ แต่กลับไปซบอก Hydra vital ดีกว่า

ปล. ตัวนี้เน้นเรื่องริ้วรอย ถ้าคนที่อายุมากหน่อย แล้วก็มีริ้วรอย เค้าจะเน้นเป็นตัวนี้

จบแล้วจ้าาา เฮ้อ เหนื่อยจัง !!!!!


เพิ่มเติมๆๆ :

ตอนเขียน Blog นี้ครั้งแรก ตั้งใจไว้แค่ review เฉยๆ แต่ตอนหลังๆคนถามเยอะจัดว่าใช้ครีมอะไร ทำไมผิวดีจัง (มีแอบชมตัวเองด้วย!!!) ประกอบกับได้แรงสนับสนุนจากเพื่อน ทำให้ไปติดต่อ lab ขอมาติด brand ตัวเองซะเลย เหอๆๆๆ ตอนนี้ก็เปิดร้านเรียบร้อย ที่ www.dearskincare.com จ้าา

Saturday, August 02, 2008

ล้างหน้า พอกหน้า แก้ปัญหาสิวผด

ครีมล้างหน้าที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นของยี่ห้อเดียวกันล้วนๆ เพราะว่าไม่ได้เปลี่ยนมาหลายปีแล้ว (จริงๆเคยแอบแวบไปบ้าง แต่สุดท้ายต้องกลับมาตายรัง) เลยจะไม่มีการเปรียบเทียบ หรือให้คะแนนอะไรนะ

ทำไมไม่เปลี่ยนยี่ห้อเลยน่ะหรอ ??


สาเหตุก็มีอยู่ว่า เมื่อก่อนเป็นคนสิวผดเยอะพอสมควร แล้วมีคนบอกว่าผดขึ้นเพราะใช้โฟม (เป็นผดที่เกิดเพราะผิวแห้งแตก) ถ้ามาใช้ครีมล้างหน้าแทนผดจะหาย แล้วก็ให้ครีมที่ว่านี้มา ..หลังจากนั้น ผดแทบไม่มากร้ำกรายอีกเลย~~~
(สามารถไปดูรูปเปรียบเทียบ ก่อนและหลังใช้ครีมได้ในหน้าครีมบำรุง)


พอผดหายแล้วก็ได้ใจ ลองมาใช้โฟมใหม่ (เนื่องจากว่าตอนล้างครีมแล้วมันไม่รู้สึกสะอาดเหมือนล้างโฟม) ผดมาก็กลับมาตามที่เค้าว่า สุดท้ายก็เลยตายรังอยู่ที่เจ้าครีมนี่เป็นการถาวร

***ครีมล้างหน้า+พอกหน้านี่แอบยุ่งยากกว่าใช้โฟมธรรมดาเล็กน้อย
แต่ถ้าชินแล้วก็ไม่วุ่นวายมากหรอกนะ ***


ที่นี่เค้าจะขายครีมแบบแยกๆให้เรามาผสมเองว่าตอนนั้นเราต้องการครีมคุณสมบัติแบบไหน (ตอนแรกๆก็ไม่คุ้น) ก็เลยต้่องซื้อมาหลายกระปุกหน่อย หลักๆในการล้างหน้าของเราประกอบด้วย 1 + 3 กระปุก แต่ละอันคุณสมบัติดังนี้


กระปุกที่ 1 : Cleansing

กระปุกนี้เป็นครีมเช็ดเครื่องสำอางใช้เพียวๆ ไม่ต้องผสม (แต่ว่าถ้าไม่แต่งหน้า ไม่ต้องใ้ช้อันนี้ก็ได้)
คำโฆษณา : ครีมล้างหน้าชนิด Water - Soluble cleanser ช่วยขจดสิ่งตกค้าง ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน และ่ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวด้วย Sodium PCA

ขวด 30 ML จะใช้ได้ประมาณ 2 เดือนนะ (ปกติเราแต่งหน้าไม่หนา ทาแล้วเช็ดรอบเดียวก็สะอาด แต่ถ้าวันไหนไปงาน จะเช็ดซัก 2 รอบ)

วิธีใช้ ก็เหมือนเช็ดเครื่องสำอางทั่วไป คือทาทั่วหน้า แล้วเอาสำลีชุบน้ำเช็ดออก



กระปุกที่ 2 -4 นี้เป็นตัวพอกหน้า ...แต่เราเรียกว่าล้างหน้า เพราะว่ามันพอกแปปเดียวมากๆ (่ใช้แทนโฟมไปเลย) เวลาใช้ต้องเอามาผสมกัน ตามสัดส่วนที่ต้องการ

วิธีใช้ : ปกติเราจะผสมครีมด้วยสัดส่วน 2 : 1 : 2 แต่ว่าถ้าช่วงไหนรู้สึกว่าอยากขาวขึ้นเป็นพิเศษ ก็จะเอาตัวแรกมาโปะลงไปบนหน้าเพิ่ม หรือช่วงไหนรู้สึกรูขุมขนกว้าง ก็จะเอาตัวที่ 2 มาโปะเพิ่มเอา

ทาบนหน้าที่แห้ง (ที่เพิ่งเช็ดครีมล้างคสอ. ออกนั่นแหละ) แล้วทิ้งไว้ 2-3 นาที (ปกติเราจะทาแล้วแปรงฟัน) เสร็จแล้วก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด


กระปุกที่ 2 : Green tea (สารสกัดจาก Green Tea) - ในรูปนี่จริงๆไม่มีนะ แต่แอบขี้เกียจเปลี่ยนรูป

คำโฆษณา : ทำให้ผิวผ่อนคลาย เนียนใส ปราศจากสิวฝ้า รอยหมองคล้ำ และป้องกันการแก่เกินวัย (ช่วยให้ขาวขึ้นเล็กน้อย)

กระปุกที่ 3 : Skin Refiner Mask (สารสกัดจากข้าวโอ๊ต) - กระปุกสีขาว

คำโฆษณา : ขจัดรอยแผลเป็น แผลจากสิว ผิวไม่เรียบเนียน กระตุ้นการเกิด Cell ใหม่ที่ละเอียด และเรียบเนียนกว่าเดิม
ปล. คุณสมัติเจ้าตัวนี้คือกระชับรูขุมขน แต่ว่ามันแอบแพง แรกๆเลยผสมน้อย แล้วรูขุมขนมันก็ไม่ได้เล็กลงมาก แต่ว่าหลังๆลองเอาตัวนี้ทาเพียวลงไปก่อนที่จะเอาตัวที่ผสมแล้วทาตาม แอบรู้สึกว่ารูขุมขนกระชับลงจริงๆแฮะ

กระปุกที่ 4 : Balancing Daily Mask - กระปุกสีม่วง

คำโฆษณา : ครีมพอกหน้าแบบ Moisturizing mask ช่วยลดความแห้งกร้าน ลอกเซลล์ที่ตายแล้ว ทำความสะอาดรูขุมขน และคืนความชุ่มชื้นกลับให้ผิว

หมดขั้นตอนและครีมล้างหน้าพื้นฐานไปแล้ว แต่ว่ามีครีมล้างหน้าที่เป็น Option แถมมา 2 ตัว




ตัวแรก : Skin Softener Mask อันนี้ช่วยเรื่องสิวผดชะงักนักแล

เนื่องจากตัวนี้เป็นตัวที่มาซื้อตอนหลังๆ เลยไม่ได้ขอพวกส่วนประกอบมาดูแล้ว (ตอนนี้เชื่อหมอสนิทใจ)
แต่หมอบอกว่า ถ้าเป็นสิวผดแล้วให้เอาอันนี้แต้มตรงจุดที่เป็น ไม่ต้องทาทั้งหน้า (แต้มหลังจากทาครีมล้างหน้าแล้ว ปล่อยไว้ 2-3 นาทีเหมือนกัน) ไม่กี่ครั้งสิวผดก็จะยุบไป

ปล. อันนี้เราซื้ออย่างต่อเนื่องทุกปี แต่ว่าซื้อแค่กระปุกเล็ก เพราะไม่ได้ใช้ตลอด เอามาแต้มเวลาหน้าแห้งมากๆแล้วผดขึ้นเฉยๆ



ตัวที่ 2 : Melanin Corrector Mask ช่วยเรื่องกระ กับเรื่องขาว (ส่วนมากใ้ช้ตอนไปทะเล)

เป็นสารสกัดสมุนไพรจากชะเอม คุณสมบัติเด่นๆคือ ช่วยลดการสร้างเม็ดสีที่ผิว ปรับผิวขาว วิธีใช้ก็คือใช้คลึงๆให้ทั่วจุดที่ต้องการให้ขาว ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วก็ลางออก (ทาหลังจากทาครีมล้างหน้า แล้วล้างออกพร้อมกันเหมือนตัวบนแหละ)

ปกติเราจะมีกระตรงแก้มซ้ายจางๆ เวลาตากแดดแรงๆกลับมากระจะชัดขึ้นเล็กน้อย ..เอาตัวนี้แต้มไปมันก็จะจางลง (ไม่หายไปนะ แต่ปกติมันก็มองไม่ค่อยเห็นอยู่แล้ว) ..เคยใช้ Alpha Arbutin แล้วมันไม่ค่อยรู็สึกอ่ะ ตัวนี้เห็นผลชัดกว่า

หมดแล้วจริงๆ สำหรับการล้างหน้า (เพิ่งรู้สึกว่าเราก็พิถีพิถันกะการล้างหน้าเหมือนกันแฮะ (^^'))
ตอนแรกๆที่ไปซื้อครีมนี่หมอให้ท่องให้ฟังเลยว่าต้องใช้ครีมตัวไหนยังไง ...แต่ใช้ไปใช้มามันชินเองแหละ

ล้างหน้าเสร็จแล้วเดี๋ยวไปต่อกันที่ครีมบำรุง (เยอะกว่านี้อีก)

Friday, August 01, 2008

กำเนิด dearskin

คิดมาตั้งน๊าน นานแ้ล้วว่าอยากทำอะไรของตัวเองเพิ่มเติมจากงานประจำที่ทำอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไร เพราะไม่รู็ว่าตัวเองมี know how อะไรกะเค้ามั่ง

แต่ในที่สุด ก็มี skincare เป็นของตัวเองจนได้ ~~~



งานนี้ต้องขอบคุณ 2 คนไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

คนแรก : บี เพื่อนสุดที่รัก
จะว่าไป จริงๆคนที่เริ่มอยากทำคือบีเนี่ยแหละ แต่เพราะงาน Agency T&GB ที่ส่งนักเรียนไปเรียนออสเตรเลียก็เป็นไปด้วยดี ตอนนี้ลูกค้าเยอะมาก แล้ว web มันก็ขึ้นเป็นอันดับต้นๆของ Google ด้วย (เจ๋งจริงเพื่อน) ประกอบกับท้องขึ้นมาก็เลยวุ่นๆ


ตอนที่มันคลอดลุกกลับมาบ้านเรียบร้อย เราไปถามมันแค่ว่า
"ที่แกจะทำครีมไปถึงไหนแล้ววะ"

แล้วก็สมกับที่เป็นเพื่อนรักกันจริงๆ รู้ว่าเราคิดอะไร มันก็ตอบมาว่า
"ตอนนี้วุ่นๆ เลยไม่ได้ทำ ...ถ้าแกอยากทำ แกทำไปเลยนะ ไม่ต้องคิดเลยว่าแกจะมาเป็นคู่แข่งกับชั้น"
พร้อมกับเอาข้อมูลที่มันเคยหาไว้มาให้ดูเต็มที่ (พิมพ์ไปแล้วจะร้องไห้ แอบซึ้งน้ำใจเพื่อน)


บีบอกอีกว่า จริงๆถ้าแกทำ แกน่าจะทำได้ดีนะ เพราะว่าผิวหน้าแกดี คนถามแกอยู่แล้วว่าใช้อะไร แกก็ทำของแกไปเลย
(จะว่าไปมันก็ใช่นะ ...คนถามเยอะมากจริงๆ แต่พอตอบไปไม่ค่อยมีคนไปซื้อ เพราะมันไปยาก)

ปล. จริงๆเราก็รู็้จัก lab ที่ผลิตครีมจากน้องสาวของบีเนี่ยแหละ แต่ว่าบีเองไม่เคยไปที่นี่ ...ตอนที่คิดจะทำครีมเราพอบีไปมารอบนึง หลังจากนั้นบีก็เลยคุยๆกับทาง Lab ต่อ


เพื่อนสุดเลิฟ กับ Gracy ลูกสาวคนโต

อีกคนที่ขาดไม่ได้ ที่ทำให้เราตัดสินใจลงมือทำขึ้นมาก็คือ พี่นุช ...พี่เลขาที่ออฟฟิศ

จริงๆหลังจากที่คุยกับบีแล้ว เราก้บยอมรับว่าอยากทำ ...แต่ชีวิตนี้ทำงานออฟฟิศมาตลอด ..ไม่มีหัวการค้าเลยก็ว่าได้ แถมยัง conservative ถึงขีดสุด แบบว่ากลัวขาดทุน กลัวไม่มีคนซื้อ บลาๆๆๆ สารพัด ชีวิตสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่พักใหญ่ แล้วก็บังเอิญไปคุยกับพี่นุช ...ตอนแรกก็แค่บอกธรรมดาว่าคิดจะทำ แต่ว่าก็ยังตัดสินใจไม่ได้ซักที ~~~~

ทีนี้จังหวะว่าพอดีช่วงนั้นบริษัทมีไป Outing กัน แล้วตอนกลางคืนสาวๆเลยจับกลุ่มคุยกัน (ทั้งบ. มีสาวๆอยู่ 5 คน ก็คือคุยทั้งบริษัทนั่นแหละ) แล้วพี่นุชก็ถามว่าเรื่องที่เราจะทำไปถึงไหนแล้ว
"ยังไม่ไปถึงไหนเลยค่ะ ยังคิดๆอยู่"
แล้วพี่นุชก้เล่าให้ฟังว่าพี่นุชเคยทำอะไรมั่ง (พี่นุชแอบเจ๋ง เคยทำนู๋น ทำนี่เยอะมาก) แล้วก่อนจะจบบทสนทนาพี่นุชก็พูดว่า
"ถ้าไม่ลงมือทำ มันก็ไม่ได้ทำซักที"

ไม่รู้พี่นุชจำได้รึเปล่า ...มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่อยากบอกว่าจากประโยคนี้แหละ ที่ทำให้เราเริ่มลงมือทำจริงๆ



หลังจากกลับจาก outing มา ... ก็เลยไปคุยกับ lab เลย แล้วก็ลงมือเขียน Product description ทำ Brochure ฯลฯ แล้วผ่านจาก Outing มาไม่เกิน 1 เดือน ทุกอย่างก็วางขายผ่านเวบเป็นที่เรียบร้อย (^^)

ก็ยอมรับนะ ว่าอะไรหลายอย่างมันขลุกขลัก แล้วมันก้ไม่ได้ perfect อย่างที่คิด แต่ก็เรียกได้ว่าภูมิใจเลยทีเดียวที่ทำเองหมดทุกอย่าง

ถึงแม้ว่า logo (และชื่อ) จะดูสิ้นคิดไปหน่อย
packaging จะไม่สวย
(อันนี้มีเหตุผล เพราะเราไม่อยากขายแพง เลยเอากระปุกแบบที่ไม่แพงมากแต่คุณภาพใช้ได้มา)
หรือ Brochure จะดูไม่โปรเท่าที่ควร

แต่ทั้งหมดก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้ .... ตอนนี้เรายังทำเอง คิดเองไปก่อน ถ้าวันนึงมันไปได้ดี เดี๋ยวค่อยหาทางขยับขยายมากขึ้นละกันเนอะ (^^)

สุดท้าย ~~~~~
ตอนนี้ก็ปลื้มมมม กับ skincare ของตัวเองระดับนึงแหละน่าา